บทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค

ทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค หลังจากที่เข้ามาทำหน้าที่กุนตัวแทน
ตลอด 3 นัด ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้ ราล์ฟ รังนิค และอำลาทีมในเวลาเดียวกัน หลังทำงานกับสโมสรมาตลอด 15 ปี

บทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้าสู่โลกของ “ปีศาจแดง” ครั้งแรกด้วยสัญญาค่าตัวกว่า 18.6 ล้านปอนด์ พร้อมกับแบกความหวังอันใหญ่หลวงจากการเข้ามาเล่นในตำแหน่งของ “รอย คีน” ความพยายามของเจ้าตัวก็ไม่เสียเปล่าเพราะสามารถผลักดันตัวเองให้ขึ้นมาเป็นกองกลางตัวหลักของทีมมาตลอด 12 ปี ที่เข้ามาในดินแดนแห่ง “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” พร้อมทั้งยังมีส่วนร่วมมากมายในการพาทีมคว้าแชมป์ต่อหลายครั้ง ทั้ง “พรีเมียร์ลีก” 5 สมัย , “เอฟเอ คัพ” , “ลีก คัพ” 2 สมัย และ “แชมเปี้ยนส์ลีก” , “ยูโรป้า ลีก” , “ยูฟ่า ซูปเปอร์ คัพ” กับ แชมป์สโมสรโลกอย่างละสมัย

ภายหลังที่เขาได้อำลาวงการลูกหนัก อดีตนักเตะวัย 40 ปี รายนี้ก็ได้ก้าวเข้าสู่โลกของโค้ชชุดใหญ่ทั้งยุคของ “โซเซ่ มูรินโญ่” และ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ก่อนที่จะเข้ามารับบทบาทกุนซือชั่วคราวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และทำผลงานได้ดีเยี่ยม ด้วยการคว้าชัยไปจากทีมคู่แข่งถึง 2 ครั้ง เสมอ 1 จาก 3 เกมที่ผ่านมา หลังจากจบบทบาทหน้าที่ในครั้งนั้นเจ้าตัวก็ได้ออกมาประกาศอำลาวงการอย่างเป็นทางการในเวลาต่อเดียวกัน

เพื่อเป็นการแสดงความคำรพถึงชายผู้ที่รับใช้ “แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด” มาตลอด 15 ปี ทาง Guru Cafe จึงอยากจะหยิบยก 6 เหตุผลที่จะทำให้แฟนบอลหลาย ๆ ท่านต้องหลงรักกับกุนซือรายนี้ตลอดไป

เขาคือตัวแทนของ รอย คีน?!

บทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค

ด้วยผลงานอันมากมายที่นักเตะอย่าง “รอย คีน” ได้สร้างไว้ครั้งสมัยยังค้าแข้งกับ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” นับว่ามันยิ่งใหญ่มาก ๆ แต่ “คาร์ริค” ไม่ย่อท้อต่อที่จะท้าทายตัวเองเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเอง และขึ้นมาเป็น 16 ต่อจากกองกลางชาวไอริช ผู้ที่ครอบครองหมายเลขนี้มาตลอด 12 ปี

ถึงแม้รูปแบบ และฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวจะแตกต่างจาก “คีโน่” ไปอย่างสิ้นเชิง แต่มันก็ถูกทดแทนมาด้วยเทคนิคการวางบอลยาวที่มีความแม่นยำ และเฉียบคม ให้แฟน ๆ “ปีศาจ” ได้เห็นอีกครั้ง

คาร์ริค มักจะมองข้างหน้าเสมอ หากเจ้าตัวเจอโอกาสในในการบุกเมื่อใด เราสามารถไว้ใจเขาได้อย่างแน่นอน และไม่เพียงแต่จ่ายบอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังแม่นราวจับวาง และทำมันเหมือนเรื่องง่ายเสมอด้วย

ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี

บทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค

ตลอดระยะเวลาที่ “คาร์ริค” ได้เข้ามาสู่โลกของนักเตะบอลอาชีพ เข้าแสดงให้หลาย ๆ คนได้เห็นถึงจิตใจที่เย็นเฉียบเสมอ เจ้าตัวไม่เคยนำเรื่องใดให้มากระทบต่อการเล่น ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ และเมื่อลงสนามสิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือทำหน้าที่ของตัวเองให้อยู่เหนือสิ่งอื่น ๆ

ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดจากช่วงฤดูกาลที่ 2012-13 ปีสุดท้ายของ “เฟอร์กี้” ในฐานะกุนซือก่อนวางมือ ซึ่งเป็นปีที่ แข้งชาวอังกฤษ คว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีจากการโหวตของนักเตะในสโมสร

“ไมเคิ่ล ไม่ใช่ที่คนที่ชอบออกสื่ออะไรมากมาย เขาเป็นคนเงียบๆ เขาดำเนินชีวิตในลักษณะเดียวกับสโคลส์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้รับการยอมรับจากเรา” กุนซือชาวสกอตกล่าวผ่านเว็บไซต์สโมสร

“มันค่อนข้างดูมีชีวิตชีวาในเกมสมัยใหม่ที่เรามีผู้เล่นที่สามารถพึ่งพาได้ ไม่ใช่แค่การโปรโมตหรือฉายภาพตัวเองเท่านั้น ไมเคิลมีจิตใจที่แข็งแกร่งเช่นกัน เขามีบุคลิกที่แตกต่างจากผู้เล่นส่วนใหญ่”

มีวุฒิภาวะของผู้นำ

บทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค

หลังจากที่ “โชเซ่ มูรินโญ่” ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมของ “แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด” ในปี 2016 กุนซือรายนี้ก็ไม่รอช้าที่จะแต่งตั้ง “คาร์ริค” เป็นกัปตันทีม เขาคือผู้นำที่ทำตัวเองให้เป็นแบบอย่างจากฟอร์มการเล่นที่แสดงให้เห็น แต่ที่สำคัญกว่านั้น เขามีความแข็งแกร่ง มาตรฐาน และทัศนคติของการเป็นกัปตันทีมยูไนเต็ดด้วย

เมื่อ “เวยน์ รูนี่ย์” เคยได้กล่าวไว้ว่ามันเป็นหน้าที่ของเขา และ “คาร์ริค” คงจะเป็รบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่ใช้ในการรักษามาตราฐานของผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทัพ “ปีศาจแดง” หลังจากที่ทางสโมสรก็เผชิญกับปัญหานี้มานานหลายปี เขาก็ให้ความเห็นเพิ่มว่า “นั่นเป็นความคิดที่ยุติธรรมดีนะจากเวย์นนะ”

เมื่อ เวย์น รูนี่ย์บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาและ คาร์ริค ที่จะรักษามาตรฐานของผู้เล่นหน้าใหม่ใน ยูไนเต็ด หลังประสบปัญหานี้มานานหลายปี เขาก็ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “นั่นเป็นความคิดเห็นที่ยุติธรรมจากเวย์นนะ”

“ในหลาย ๆ ครั้งที่มาตราฐานของสโมสรตำต่ำลง ซึ่งมันก็ไม่สามารถปกปิดเรื่องนี้ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถกลับขึ้นไปสู่จัดที่คืนยืนได้อีกครั้ง หากคุณยังคงทำในสิ่งที่ถูกต้องต่อไป”

พาทีมถล่ม โรม่า ด้วยสกอร์ 7 – 1

บทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค

ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่เจ้าตัวค้าแข้งในถิ่น “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” หนึ่งในเกมที่เจ้าตัวทำผลงานได้ดีที่สุดสำหรับแฟนบอล “ปีศาจแดง” คงหนีไม่เพ้นในศึกที่ต้องเจอกับทัพ “โรม่า” เมื่อฤดูกาลที่ 2006-07

ซึ่ง “ไมเคิ่ล คาร์ริค” ก็ได้เลนงาน “จัลโลรอสซี่” ตั้งแต่ช่วง 11 นาทีแรกด้วยการหวดลูกหนังจากระยะไกลนอกกรอบ และกดซัดประตูที่ 2 ขอบตัวเองด้วยลูกไกลสุดสวยจากระยะ 22 หลา พร้อมเอาชนะไปด้วยสกอร์สูงถึง 7-1

“ผมคิดว่านั่นคือ 2 ประตูที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเมื่ออยู่กับ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ซึ่งมันเป็นโอกาสที่ตัวผมเองยังไม่อยากจะเชื่อ” เจ้าตัวได้กล่าวผ่านเว็บไซต์สโมสร

“นับว่าเป็นคำคืนที่ยอดเยี่ยม และหลาย ๆ สิ่งก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ หลังจากประตูแรก เรายิงได้ จากลูกที่ 3 เป็นลูกที่ 4 และก็เป็นแบบนี้ต่อไป ช่างเป็นคืนที่น่าตื่นเต้นจริงๆ”

ยูไนเต็ด สู่ อังกฤษ

บทความฟุตบอล ไมเคิ่ล คาร์ริค

ถึงแม้เจ้าตัวจะเคยฝากผลงานอันยอดเยี่ยมไว้กับ “แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด” ไว้มากมายเพียงใด แต่ทว่าช่วง “คาร์ริค” ได้ย้ายเข้าไปเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ เจ้าตัวกลับได้รับโอกาสให้ลงสนามเพียงน้อยนิดเท่านั้น จากการลงเล่นเพียง 34 นัด ในทีมชาติซึ่งป็นเวลากว่า 14 ปีครึ่ง นับตั้งแต่ประเดิมสนามครั้งแรกในปี 2001 และลงเล่นนัดสุดท้ายในเดือนพฤศจิกายน 2015

ฟอร์มการเล่นของเขาถือว่าขึ้นสู่จุดสูงสุดถึงขั้นที่ “ชาบี อลอนโซ่” เชื่อว่า กองกลาง “ปีศาจแดง” รายนี้จะสามารถเล่นให้กับทีมชาติสเปนได้อย่างแน่นอน โดยกล่าวว่า “เขาสามารถลงเล่นให้กับทีมชาติสเปน และยูไนเต็ดได้แน่ เขาเป็นผู้เล่นที่เป็นคีย์แมนของทีม ผมจดจำเขา และสโคลส์เป็นเหมือนเครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบ เพราะคาร์ริคอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเสมอ และสโคลส์ก็เคลื่อนไหวไปมา ทำสิ่งที่พิเศษของเขา”

“แต่ก็น่าเสียดายที่ คาร์ริค กลับไม่ได้มีบทบาทในทีมชาติซักเท่าไหร่ ผมมองว่าเขาคือหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่ช่วยพาทีมให้ประสบความสำเร็จ แต่มันกลับไม่เกิดขึ้น”

ผู้เล่นชาวอังกฤษรายนี้ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 22 ครั้งในทีมชาติ และลงเล่นให้ “สิงโตคำราม” แค่เกมเดียวเท่านั้นจากการแข่งขันระดับนานาชาติ ในช่วงปี 2006 – 2012

ความพยายามของเจ้าตัวนั้นไม่เป็นผลเลย เมื่อทางทีมเลือกที่จะใช้งาน  “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” และ “แฟรงค์ แลมพาร์ด” เล่นร่วมกันในแดนกลางได้ ทำให้อังกฤษต้องพลาดใช้งาน “คาร์ริค” และ “สโคลส์” ทั้งๆที่พวกเขาจะช่วยให้แดนกลางของ “ทรี ไลอ้อนส์” แข็งแกร่งขึ้นแท้ ๆ ไม่ว่าจะเล่นร่วมกับ “เจิด” หรือ “แลมพ์” ก็ตาม

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้ทำให้ กองกลางจาก “วอลล์เซนด์” สามารถยืดเวลาการค้าแข้งกับ “แมนฯ ยูไนเต็ด” ได้ยาวนานขึ้นเช่นกัน และเขาก็ทุ่มเทให้กับสโมสรเต็มร้อยเสมอจนกระทั่งวันสุดท้ายในอาชีพ

 

ติดตามข่าวสารฟุตบอลไปกับเรา คลิก 

ห้ามพลาด !!

อัพเดทข่าวสารแวดวงกีฬาพร้อมทีเด็ดแม่นๆจากกูรูชั้นนำ

คลิกเลย @Sport88s