บทความฟุตบอล | เอฟเวอร์ตัน

บทความฟุตบอล | เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
วิเคราะห์สถานการณ์ก่อนเกมเริ่ม

บทความฟุตบอล | เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เอฟเวอร์ตันกำลังจะพบหากจะนำทีมตีทัพ “ลิเวอร์พูล” ในคืนวันพุธที่ 1 ธันวนคม 2564 เวลา 03.15 น. ที่จะถึงนี้

เอฟเวอร์ตัน ขาดพลหอกไว้ใช้ทะลวงข้าศึก

บทความฟุตบอล | เอฟเวอร์ตัน

สถานการณ์ในตอนนี้ของ “เอฟเวอร์ตัน” พวกเขาเพิ่งจะเสียหัวหอกหลักอย่าง “โคมินิค คาลเสิร์ต เลวิน” ไปตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลแล้ว ซึ่งหากเราได้ติดตามการแข่งขันฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” เราจะทราบว่าผลงานของพวกค่อย ๆ ดรอปเลื่อยมา จนในตอนนี้หล่นมารั้งท้ายอันดับที่ 14 ของตารางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังไม่สามารถเอาชนะทีมใดได้เลยตลอด 7 นัดหลังและแพ้ไปถึง 5 เลยทีเดียว

ซึ่งจุดอ่อนที่เราเห็นได้ชัดเลยก็คือ การที่ไม่มีตัวทำประตูที่ฝากความหวังไว้ได้ “โซโลมอน รอนดอน” ที่เพิ่งจะถูกดึงเข้ามาอยู่ในก็ยังไม่สามารถทำคะแนนแรกได้เลย ส่วน “ริชาร์ลิซอน” ก็ได้รับบาดเจ็บบ้าง โดนแบนจากสนามบ้างทำให้โอกาสที่ลงสนามได้อย่างไม่ต่อเนื่อง มันจึงกระทบต่อฟอร์มการเล่นของเจ้าตัว ส่วน “DCL” ก็ยังคงไม่หายจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่เกมที่ 3 ของฤดูกาล จึงทำให้ทีมต้องหันไปพึ่งตัวรุกหน้าใหม่อย่าง “อันดรอส ทาวน์เซนด์” และ “เดมาราย เกรย์” ที่ช่วงหลังฟอร์มจะออกทะเลไปซะแล้ว ทำให้ตอนนี้ทัพ “เอฟเวอร์ตัน” ภายใต้การนำทัพของ “ราเฟา เบนิเตซ” ดูจะหมดความหังในการทำคะแนนในศึกนี้ไปโดยปริยาย

เกมรุก “ลิเวอร์พูล” เดือดดั่งลาวา

บทความฟุตบอล | เอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูลมีค่าเฉลี่ยนการทำประตูอยู่ที่ 10 ลูก/สัปดาห์ นับว่าเป็นตัวเลขที่สามารถการันตีได้เลยว่าเกมรุกของ “หงษ์แดง” นั้นแรงสมชื่อจริง ๆ ในช่วงการแข่งขันในสองเกมก่อนหน้านี้ “ลิเวอร์พูล” ลิเวอร์พูลได้ซัดลูกเตะไปตุงข่ายคู่แข่งมาแล้วถึง 4 เม็ดติดต่อกัน ซึ่งในตอนนี้ไม่ดีเพียงแต่ “โมฮาเหม็ด ซาลาห์” เท่านั้นที่สามารถบุกทำประตูข้าศึกได้ เพราะในตอนนี้ทัพ “ลิเวอร์พูล” มีทั้ง “มาเน โจต้า” หรือแม้แต่กองหน้าตัวสำรองอย่าง “โอริกี้” และ “มินามิโนะ” ก็สามารถสร้างคะแนนให้กับสโมสรได้ทั้งสิ้นในช่วงที่ผ่านมา

เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

บทความฟุตบอล | เอฟเวอร์ตัน

ถึงแม้ความร้ายกาจของพวกเขาจะไม่สามารถเทียบกับคู่แข่งได้ แต่ทุกท่านอย่าลืมว่าพวกเขาได้ขึ้นชื่อว่า “เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้” ทั้งนักเตะ และเหล่าบรรดาแฟนบอลต่างทุ่มเทลงแรงกันอย่างเอาเป็นเอตาย ชนิดที่ไม่สนว่าใครเป็นใครเลยก็ว่าได้ มันบ่งบอกได้จาก 5 เกมล่าสุดที่พบกันในลีก ทั้งที่ก็ไม่มีช่วงไหนที่ “เอฟเวอร์ตัน” จะสามารถก้าวขึ้นมาเทียบกับ “ลิเวอร์พูล” ได้เลย แต่ทางฝั่ง “หงส์แดง” กลับสามารถเอาชนะได้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น และก็คงไม่สามารถนำชัยกลับไปได้อีกเลยใน 3 เกมหลังสุด ทีนี้เราต้องมาดูกันว่าในการแข่งขันในค่ำคืนนี้จะต่างไปจากเดิมหรือไม่ และทางฝั่งของ “หงส์แดง” ที่แม้จะมีสกิลเพลย์ที่สูงกว่าแทบทุกด้านจะสามารถล้างตาได้สำเร็จหรือไม่