ข่าวบอล ยูฟ่า FSCLR กฎควบคุมการเงินแบบใหม่

ข่าวบอล ยูฟ่า FSCLR โดยเป้าหมายของกฎนี้ก็คือการพยายามจำกัดขอบเขตการใช้เงินของแต่ละสโมสรเพื่อที่จะได้ทำให้ทีมเหล่านั้นไม่ต้องเสี่ยงกับการล้มละลายเหมือนที่เกิดกับหลายทีมในอดีต รวมถึงทำให้ไม่เกิดการใช้เงินมากเกินไปจนอาจจะทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำในการแข่งขันมากจนเกินควร

ข่าวบอล ยูฟ่า FSCLR แน่นอน มันมีทั้งคนที่มองว่ากฎดังกล่าวมีผลดีจริงในระดับหนึ่ง และคนที่มองว่ามันไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลมากนักเพราะหลายทีมก็ยังหาช่องทางลัดเลาะช่องว่างของกฎจนสามารถใช้เงินตามที่ต้องการได้ ซึ่งมันก็ทำให้กฎควบคุมการเงินเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงของวงการฟุตบอลตลอดช่วงที่ผ่านมา

กระทั่งล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ก็มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อพวกเขาประกาศตั้งกฎควบคุมการเงินแบบใหม่ขึ้นมา โดยมีชื่อว่า ไฟแนนเชี่ยล ซัสเทนอบิลิตี้ แอนด์ คลับ ไลเซนซิ่ง เรกูเลชั่นส์ (เอฟเอสซีแอลอาร์) โดยที่เงื่อนไขและมาตรการหลายอย่างมีความต่างจาก เอฟเอฟพี ในระดับหนึ่ง

ยูฟ่า แจกแจงว่า เอฟเอสซีแอลอาร์ เป็นกฎที่เน้นไปยัง 3 ประเด็นหลักๆ นั่นคือ ความสามารถในการชำระหนี้, เสถียรภาพ และการคุมค่าใช้จ่าย โดยพวกเขาไม่ได้เป็นคนที่คิดมาตรการต่างๆ เองอยู่ฝ่ายเดียว เพราะว่าสมาคมสโมสรฟุตบอลในทวีปยุโรป (อีซีเอ) ซึ่งเป็นองค์กรที่อุดมไปด้วยบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรปก็มีส่วนช่วยออกไอเดียกับกฎนี้เช่นกัน จนทำให้พวกเขามีความเชื่อว่ามันจะช่วยวงการฟุุตบอลยุโรปได้ดีกว่า เอฟเอฟพี

สำหรับประเด็น “การคุมค่าใช้จ่าย” กำหนดว่าภายใต้กฎข้อใหม่นั้น บรรดาสโมสรต่างๆ จะถูกจำกัดการใช้เงินในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจ่ายค่าเหนื่อย, ค่าซื้อตัว และค่าเอเยนต์ ได้รวมกันที่สูงสุดเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้โดยรวมเท่านั้น ต่างกับกฎ เอฟเอฟพี ที่อนุญาตให้แต่ละทีมใช้เงินมากกว่ารายได้ภายในช่วงระยะเวลา 3 ปีได้สูงสุดที่ 5 ล้านยูโร แถมเงื่อนไขของ เอฟเอฟพี ยังมีการอะลุ่มอล่วยให้ขีดจำกัดในจุดนั้นเพิ่มไปเป็น 30 ล้านยูโรได้อีก ถ้าหากมันเป็นเงินที่มาจากเจ้าของสโมสรหรือกลุ่มทุนที่เกี่ยวกับเจ้าของสโมสร ไม่ได้มาจากตัวบัญชีของสโมสร

ยกตัวอย่างเช่น สมัยที่ใช้กฎ เอฟเอฟพี สโมสร A มีรายได้โดยรวมภายในช่วง 3 ปีอยู่ที่ 100 ล้านยูโร นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้เงินได้ 105 ล้านยูโร แต่หากเจ้าของสโมสรหรือกลุ่มทุนที่เป็นเจ้าของทีมออกเงินต่างๆ ให้ พวกเขาก็จะใช้เงินเพิ่มได้เป็น 130 ล้านยูโร ซึ่งการเข้ามาของ เอฟเอสซีแอลอาร์ จะกำจัดกรณีตัวอย่างนี้ไปเลย หากมันมีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัดจริงๆ

การถือกำเนิดของ เอฟเอสซีแอลอาร์ มันไม่ได้ส่งผลแย่ถึงแค่การจำกัดการใช้เงินเพียงอย่างเดียว เพราะหลังจากนี้สโมสรต่างๆ จะสามารถขาดทุนภายในช่วง 3 ปีของผลประกอบการได้รวมกันสูงสุดที่ 60 ล้านยูโรด้วย โดยเดิมทีสมัยที่ใช้กฎ เอฟเอฟพี ขีดจำกัดของการขาดทุนอยู่ที่ 30 ล้านยูโรเท่านั้น นอกจากนี้ หากสโมสรไหนที่ถูกประเมินว่ามี “สถานะทางการเงินที่ดี” แล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะได้รับไฟเขียวให้ขาดทุนได้อีก 10 ล้านยูโรเช่นกัน ซึ่งตรงจุดนี้ถือว่าอยู่ในประเด็น “เสถียรภาพ” ที่ ยูฟ่า บอกเอาไว้ในเบื้องต้น

ขณะที่ในประเด็น “ความสามารถในการชำระหนี้” นั้น กำหนดว่าจากนี้ไปแต่ละทีมจะไม่สามารถ “ค้างการจ่ายเงิน” ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะทั้งในเรื่องภาษี หรือการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานของสโมสร ซึ่งมันจะมีการตรวจสอบตรงจุดนี้ทุกๆ 3 เดือนด้วย

ทั้งนี้ หากมีสโมสรใดก็ตามที่ละเมิดกฎของ เอฟเอสซีแอลอาร์ แล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะโดนมาตรการลงโทษที่ร้ายแรง โดย อันเดรีย ทราเวอร์โซ่ หัวหน้าฝ่ายเสถียรภาพด้านการเงินและการวิจัยของ ยูฟ่า บอกว่าจนถึงตอนนี้บทลงโทษที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานแล้วนั้นมีอย่างเช่นการตัดแต้ม และการโดนจำกัดขนาดของขุมกำลัง

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการ “ปรับให้ไปเล่นในรายการที่ต่ำกว่า” ซึ่งเปรียบเหมือนการโดนจับตกชั้นด้วย อย่างเช่น ทีม A ได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่กลับละเมิดกฎจนต้องหล่นไปเล่น ยูฟ่า ยูโรปา ลีก แทน เป็นต้น เพียงแต่กฎตรงข้อนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติในขั้นสุดท้ายแต่อย่างใด

ยูฟ่า ตั้งใจจะให้กฎ เอฟเอสซีแอลอาร์ มีผลใช้งานแทน เอฟเอฟพี ภายในเดือนมิถุนายนนี้เลย แต่พวกเขาก็เปิดโอกาสให้ทุกทีมทำการปรับตัวเช่นกัน นั่นคือการให้แต่ละทีมใช้เงินในฤดูกาล 2023-24 ได้ไม่เกิน 90 เปอร์เซ็นต์จากรายได้โดยรวม ก่อนจะลดเหลือที่ 80 เปอร์เซ็นต์ในซีซั่น 2024-25 แล้วจากนั้นเป็นต้นไปค่อยให้ขอบเขตการใช้เงินอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ตามที่กำหนดเอาไว้

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ ยูฟ่า ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนกฎควบคุมการเงินนั้น เป็นเพราะมันมีการศึกษาจนพบว่าในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหล่าสโมสรชั้นนำในทวีปยุโรปขาดทุนรวมกันเป็นเงินถึง 7 พันล้านปอนด์นั่นเอง โดย อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธาน ยูฟ่า บอกว่าที่จริงตลอดช่วงที่ผ่านมา เอฟเอฟพี ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี แต่สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนกฎต่างๆ

ก็ต้องรอดูกันว่าสุดท้ายแล้ว เอฟเอสซีแอลอาร์ จะสามารถทำให้วงการฟุุตบอลยุโรปดีขึ้นตามที่ ยูฟ่า คิดเอาไว้ได้จริงๆ หรือไม่ หรือว่าสุดท้ายแล้วมันจะไม่ต่างจากรุ่นพี่อย่าง เอฟเอฟพี มากเท่าไหร่นัก

ติดตามข่าวสารกีฬาไปกับเรา คลิก 

ห้ามพลาด !!

อัพเดทข่าวสารแวดวงกีฬาพร้อมทีเด็ดแม่นๆจากกูรูชั้นนำ

คลิกเลย @Sport88s